Lipta's profileLIPTAPhotosBlogLists Tools Help

Blog


    October 03

    สู้กับตัวเอง

    ทุกอย่างไม่มีอะไรจีรัง ไม่มีมิตรแท้และศัตรูที่ถาวร และไม่มีอะไรที่อยู่ค้ำฟ้า
    เมื่อเวลาผ่านไปเรื่องบางเรื่องก็เป็นเรื่องเล็กลงๆ บางเรื่องกลับใหญ่โตและซับซ้อนกับตัวเราเองมากขึ้น?
    ผมชอบในทุกช่วงชีวิตของเราน่ะ มันมีปัญหาที่แตกต่างกันไป และไม่ได้เคยดูถูกความรู้สึกตัวเองในแต่ละตอน
    มันสร้างชีวิตสร้างรสชาดที่ออกมาเป็นรสชาดของเราเองเสมอ
    วันนึงมีพบย่อมมีจาก มีเกิดก็มีดับ
    ตอนนี้ผมกำลังเผชิญกับอีกหนึ่ง ก้าวใหญ่ของชีวิต
    ก้าวที่ต้องเลิกสนุกสนานลงบ้าง ก้าวที่ต้องคิดอะไรที่ใหญ่กว่าความสนุกไปวันๆ
    หันไปดูเพื่อนๆก็ไปกันไกลแล้วในทุกด้าน ผมยังทำอะไรอยู่นะ? หนำซ้ำยังกำลังจะเริ่มปีใหม่กับอะไรหลายอย่าง
    แน่นอนผมเองหวั่นไหวและก็กลัวกับอนาคต
    ผมกลัวการเปลี่ยนแปลงครับ กลัวจริงๆจังๆในงานหลายๆด้าน ในชีวิตหลายๆแบบที่ไปพบมา
    ไม่รู้ว่าข้างหน้าจะดีกว่า ไม่รู้ว่าเสียงหัวใจของเราจะนำพาเราไปถูกทางเหมือนที่มันเคยพาไปได้ หรือบางครั้งมันก็พาเราไปเจ็บ
    แต่นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมจะต้องเข้มแข็งกับตัวเอง เหมือนที่ทุกคนก็คงกำลังทำอยู่
    ผมชอบนึกแบบนี้ว่า ยังมีคนที่กำลังเหนื่อยไม่น้อยไปกว่าผม มีคนที่ลำบากกว่าผมอีกมากมาย
    พอคิดแบบนี้จะรู้สึกว่ามีเพื่อน เหมือนตอนที่คิดว่าถ้าโลกแตกมาแล้วตายกันหมดก็ดีนะ จะได้มีเพื่อนตายด้วยกันบนทั้งหมด
    ให้รอดคนเดียวก้ไม่เอาหรอกทนไม่ไหว
    ไม่ต้องตกใจถ้าผมคิดฆ่าตัวตาย ซึ่งไม่มีทางเกิดขึ้น ผมไม่ลากใครไปตายด้วยแน่ๆ คงไม่มีใครอยากถูกเอาชีวิตไปผูกกันหรอก ผมรักษาสิทธิของทุกคนแม่นยำ!
    แต่กลัวนะ กลัวว่าสิ่งต่อไปที่จะทำจะทำได้ไหม กลัวจริงๆยังคิดว่าถ้าไม่ทำอะไรเลยอาจจะดีกว่านี้ก็ได้
    แต่ก็รู้ว่าอะไรที่ทำยากมันดีเสมอ ต้องพยายามฉุดตัวเองออกจากบ้านให้ได้ เวลากลัวไม่กล้าจะทำอะไร
    ทุกๆโชว์ในงานทุกด้านคุณอาจเห็นผมเป็นคนดูมั่นใจกล้าแสดงออก
    แต่ก็เพราะความกลัวนั่นหล่ะที่ถีบให้ผมนั่งคิดโชว์เสมอว่าวันนี้จะพูดอะไรบ้าง
    ต้องทำหน้าตายๆเอาไว้คนจะได้ไม่รู้ว่าเราตื่นเต้น แอบดูว่านักร้องคนอื่นๆ นักแสดงคนอื่นๆเค้าพูดอะไรในทีวี ต้องทำท่าไหนบ้าง ใส่เสื้ออะไร เราเหมาะกับอะไร
    ทำอะไรถึงจะไม่น่าเกลียด ถึงจะเหมาะสม ถึงคนจะจำได้ในเวลาสั้นๆ
    กลัวมันทุกอย่างนั่นหล่ะ กระทั่งเวลาเล่นMSNที่บ้านก็นั่งกลัวว่าจะจำชื่อคนยาวเหยียดในลิสต์1000คนไม่ได้
    ตอบอะไรไม่ทันเลยหนี ไม่เล่นไปเลย กลัวพูดอะไรผิด ทำอะไร คุยอะไรได้ไม่ดีเท่าที่เค้าหวังไม่ได้
    วันนี้มี ท่านหนึ่งบอกผมว่า เอาเถอะ ฟังเสียงหัวใจตัวเองไปก่อน แต่อย่าลืมว่าหน้าที่ของเราคืออะไรแล้วก็เล่าเรื่องนิยายเรื่องนึงผมจำชื่อเรื่องไม่ได้หรอกน่ะ
    รู้แต่ว่า ได้กำลังใจว่า ความฝันหน่ะ มีไว้เป็นเป้าหมาย ส่วนอุปสรรคหน่ะ มันมีไว้ให้แก้ หลายคนท้อแท้ เพราะปัญหาแล้วหยุดลง อย่าไปหยุดเพราะอุปสรรค
    ผมก็คนนึงที่เป็นแบบนั้น
    แต่ตอนนี้คิดเอาไว้ว่า เอาหล่ะ จะวิ่งไปให้สุดทางสุดแรง แรงสุดท้ายก็คือก้าววิ่งไปจนหมดแรงหน้ากระแทกกับพื้นลู่วิ่งนั่นหล่ะ
    ไม่ใช่ก้าวสุดท้ายที่เห็นคนชนะเข้าเส้นชัยไปแล้ว จึงหยุดวิ่ง
    อย่างแรกผมต้องเลิกเปรียบเทียบซะก่อน ผมตัดสินใจแล้ว
    ผมจะเริ่มเกมส์ใหม่เกมส์ที่ผมเล่นเอง สู้กับตัวเอง สู้กับความท้อแท้ของตัวเอง
    สู้กับความกลัวของตัวเอง ความไม่มั่นคงที่เราจินตนาการไว้
    ตอนนี้จะคิดแค่นี้หล่ะ!
     
    ไปเจอกันที่ก้าวสุดท้าย...
     
    ที่ที่ฉันหวังให้มันเป็นเส้นชัย
     
    แต่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม
     
    ก็ให้มันเป็นที่ตรงนั้นหล่ะ..
     
    "ที่ที่ฉันไปด้วยตัวเองได้"
     
    PS: จากพี่ท่านหนึ่ง "แพ้แบบสมศักดิ์ศรี อย่าแพ้แบบสมน้ำหน้า"
    September 26

    sweet dream

    นานๆจะฝันดีแถมครั้งนี้ยังฝันดีสองเรื่องควบด้วย
    เรื่องแรกฝันว่าได้ไปฝรั่งเศสกับ แจ็ค ป้อง เอ็ดและแนต ทุกคนก้ไปชอปปิ้งกันปกติ
    แต่ผมได้รับคำแนะนำจากป้องให้ไปโดดชูชีพจากเครื่องบิน ในฝันไม่กลัวเลยไปคนเดียวแล้วก็โดดเป็นเลยตั้งแต่ครั้งแรก
    สมแล้วที่เป็นฝันอะไรก็เกิดขึ้นได้
    ตลกตรงที่พอกะลังร่องลงสู่พื้นอยู่แล้วหมาก็กระโดดไล่กัดโดดสูงมากด้วยเป็นร้อยๆเมตรเลย
    ฝันแฟนตาซีมาก
    แถมตอนโดดแล้วชูชีพหยั่งกะมีปีกบินได้น๊านนาน รู้สึกว่าอะดรีนาลีนสูบฉีดสุดๆตอนตื่นขึ้นมาสดชื่นมากๆ
    ภาพในฝันก็สวยงาม ทะเลสาบเมืองชนบทในฝรั่งเศสภูเขาแม่น้ำเป็นแบบที่ผมชอบเลย
    แน่หล่ะก็ผมเป็นคนสร้างมันเองหนิ
    ตอนจบพวกเพื่อนยังอยู่ในเมืองชอปปิ้งผมเกือบตกเครื่องบินเพราะมัวแต่กระโดดหลายรอบไปหน่อย
    แจ็คกับป้องไปแข่ง dota ที่นั่นด้วยแพ้ แต่ไฟดับเลยยกเลิกการแพ้
    เออดีแฮะ
    เรื่องที่สองผมได้ไปคอนเสิร์ตพี่เบิร์ดธงชัย แมคอินไตย์กับน้องโอ๋ฐานิ
    ตามสไตล์น้อง น้องก็กรี๊ดๆไปไม่หยุด พาผมไปข้างๆเวทีบอก คิว้ๆๆเนอะพี่เบิร์ด
    จู่ๆพี่เบิร์ด็เดินมาหยุดตรงหน้าเราสองคน
    ตอนนี้ครอบครัวน้องกิ้งก็มาเจอกับเราพอดีทั้งบ้านผมก็ไหว้ๆไปแล้วน้องกิ้งก็มาแจม
    แล้วอีแทนไปไหน?
    ไม่เป็นไร มันคงอยู่ยุโรปหวังว่าหมาคงไม่กัดมันเหมือนที่ผมโดน
    พี่เบิร์ดร้องเพลง อย่าต่อรองหัวใจ ผมจำได้แม่น แล้วก็ให้ผมกะฐานิร้อง แต่ในคอนเสิร์ตมันเป็นลิปซิงค์น่ะ
    ตอนพี่เบิร์ดเอาไมค์ออกให้ผมกะโอ๋ร้อง ก็ยังมีเสียงพี่เค้าออกมาอยู่จากbacking trackคอนเสิร์ตเลย
    ในฝันยังลิปซิงค์เลยนะพี่ (ล้อเล่น) eiei
    ผมตื้นตันมาก ที่ได้แชร์เวลาตรงนั้นจ้องตาพี่เบิร์ดไปร้องเพลงเค้าไป
    เริ่มเข้าใจแฟนคลับบางคนแล้ว!!
    และเพราะพี่เค้ามาคุยกับเราด้วยว่าสนุกมั้ยอะไรต่างๆ ผมจำได้ว่าในคอนเสิร์ตคนไม่ค่อยอินกะเค้าเท่าไหร่
    แล้วที่มาก็มีแต่เด็กหน้าตาวัยรุ่นๆมาหมดเลยไม่มีรุ่นป้าตามปกติ ยืนคุยเล่นกันเอง
    ผมเลยตะโกนบอกพี่เบิร์ดไปว่าพวกเด็กๆนี้ไม่อินหรอกพี่ ต้องแก่ๆอย่างผม
    พี่เบิร์ดก็ค้อนเล็กๆว่าแหม ว่าฉั้นแก่ด้วยป่าวเนี่ย แล้วเราก็ร้องเพลงกันต่อไป
    ผมไม่ฟังเสียงใครเลยจำได้ว่าต่อด้วยเพลง
    ถ่านไฟเก่า - หมอกหรือควัน - ก็เลิกกันแล้ว
    แน่หล่ะเพลงโปรดของผมทั้งหมด
    ก็เป็นความฝันของผมหนิ เพลงไหนผมไม่รู้จักพี่เค้าคงไม่ร้อง
    ก็ความฝันของผมหนิ !!
     
    แค่รู้สึกว่าบางทีแค่ได้ฝันก็เป็นสุข มีหลายอย่างที่ผมรู้ว่ามันอาจเกิดขึ้นมาไม่ได้จริงๆ
    แต่ความฝันก็ทำให้เรามีพลัง และสร้างความหวัง
    นานๆทีผมจะได้ฝันขอบคุณ สำหรับอะไรก็ตามที่ทำให้เกิดขึ้น : )
    หรือว่ามีคนชอบมาพูดกับผมว่า ฝันดีน้าพี่ค้าตตตตต บ่อยๆนะ!!!
     
    ps: ปกติฝันแล้วตื่นจะลืมทั้งหมดไม่ว่าฝันจะดีจะร้าย
    ps:ผมลองสังเกตดูว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะอิงจากชีวิตเรานิดหน่อย 
    เดาว่า sorce คือ ดูข่าวพี่เบิร์ดไปถวายพรให้ในหลวง น้องกิ้งคุย M มาก่อนอนถามเรื่องงานคอนเสิร์ตลิปตา
     โอ๋ไปดูคอนเสิร์ตด้วยกันบ่อยๆ เพิ่งอ่านข่าว dota ที่ป้องตกรอบ อยากไปเที่ยวคิดถึงอิสระ เคยไปฝรั่งเศสตอนนี้อยากไปเที่ยวเงียบๆ
    ทุกอย่างมันก็เกิดจากจิตใต้สำนึกเราสิเนอะ
    September 25

    รักแท้มันเป็นยังไง

    ตับ ไต ไส้ พุง
    หรือรักกางเกงที่นุ่งก็ดูสวยดี
    ผมว่าผู้ชายปัจจุบันก็หันมามองว่า ต้องรวยถึงจะมีผู้หญิงดีดีได้
    **(ในพจนานุกรมของผู้ชาย ผู้หญิงดีดีหมายถึงผู้หญิงหน้าตาดีเท่านั้นเราไม่ได้เคยรวมนิสัย หรือใช้ในได้อีกกรณีเดียวคือผู้ชายตกตะกอนแล้วอยากแต่งงานแล้วหาแม่ของลูก แล้วเริ่มหา"เมีย"ไม่ใช่แฟน ซึ่งสำหรับผู้ชาย เป็นเกียรติมากถ้าเค้าหรือเพื่อนๆเค้าเรียกคุณว่าเมีย ซึ่งเป็นคำสรรเสริญว่า ผู้ชายคนนี้จะลงหลักปักฐานกับคุณ : อย่างน้อยก็ในตอนนั้น)
    ถ้าจะเถียงอาจจะยากสักหน่อย แม้จะไม่ใช่ผูหญิงทั้งหมดหรอกที่เป็นแบบนั้น
    แต่คนรอบข้างๆ ผู้หญิงที่น่ารักๆมีแฟนไปก่อนเรา รวมถึงเพื่อนผู้ชายรวยๆของผมที่หน้าตากะนิสัยไม่เอาอ่าว แต่กว้านซื้อกระเป๋าใบละครึ่งแสนให้แฟนพร้อมยักไหล่สองครั้งตอนรูดบัตรเครดิต ไม่เคยพบกับปัญหาว่า "ผมไม่มีแฟน"
    ที่เขียนบล็อคนี้เพราะ น้องคนนึงมาถามผมว่าพี่ค่ะหนูอยากได้รักแท้
    ว้าว"รักแท้" เด็กวัยรุ่นอย่างหนูนะอยากได้
    ผมเลยคิดว่ารักแท้ของเค้านี่มันมี ขอบเขตไกลแค่ไหน เค้าบอกว่า"อยากหาผู้ชายแบบไว้ถึงตอนแต่งงานกันเลย"
    ผมบอกเลยนะ อันดับแรกการคบกันมีความเสี่ยง เพราะเราไม่มีทางรู้ได้ว่า คนคนนั้นจะมีนิสัยเข้ากับเราได้มากแค่ไหน
    การเลี้ยงดูการตีค่าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทุกครั้งมันมีความเสี่ยงนะบอกเลย
    แล้วก็อย่าคิดว่าจะได้เจอรักแท้ถ้ายังไม่แม้กระทั่งเปิดโอกาสให้ตัวเอง
    แต่ถ้าถามผมบนวัยนี้ แน่นอนรักแท้มันต้องพิสูจน์อย่างที่บอกไว้หลายครั้ง ถ้าไม่มีข้อสอบ ไม่มีบททดลองก็ไม่รู้ความสามารถ
    ใครก็พูดได้ว่าผมไม่มีวันทำแบบนี้กับคุณ ฉันจะดูแลเธอเองตลอดชีวิต ฉันจะไม่มีคนอื่น ฉันจะยอมเธอ
    ยากนะ มันไม่ใช่ข้อสอบที่มีคำตอบตายตัว ต่อให้มีคำตอบ บางทีคำถามที่เราโดนถามอาจโดนเปลี่ยนก้ได้
    ทุกคนรอบๆที่ผมเห็นในวัยรุ่นรูปแบบใหม่ผมมองว่า ความอดทนเราจะต่ำลงแล้วก็ได้เห็นบุคคลที่เป็นตัวอย่างทำอะไรไม่ดีมากขึ้น แต่ยกเอาเป็นตัวอย่าง
    จะรักง่ายและหน่ายเร็ว อย่างน้องๆเพื่อนๆที่ผมรู้จัก ก็ปีนึงชอบไปสามคนห้าคน วันนึงก็คิดว่าไม่เอาเบื่อแล้ว คิดเข้าข้างตัวเองกันสุดๆว่าตัวเองเลือกได้ตลอด ไม่คิดจะแก้ไขจุดของตัวเอง คิดแต่ว่าก็อยากทำแบบนี้ ใครทนไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ฉันไม่ได้พึ่งพาใคร แล้วจะได้รักแท้? อย่างว่าแต่รักแท้เลย เพื่อนแท้ก็ไม่ได้หรอก
    เพราะก็เพราะโลกเรามันแคบ เพราะมันติดต่อสื่อสารกันง่าย จะอดทนไปทำไม ก็นั่งรถไฟฟ้าไปหานะเธอ BB ไปหาอีกคน คนที่ยังไม่ผิดใจกับเรา คนที่ยังไม่รู้จักความงี่เง่า ข้อเสียของเรา มันเป็นแบบนั้นอย่างที่ผมพูดไหม? เถียงผมสักคำเถอะ !!
    PS:อย่าหารักแท้เลยถ้ายังไม่เชื่อ ถ้ายังไม่อดทน และยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเอง

    เรื่องในห้องครัว

    มีผู้หญิงท่านหนึ่ง เพิ่งเตือนสติกับผมในฐานะที่อายุมากกว่า 28ปี  ว่า
    "มนุษย์เราต้องรู้จักเรียนรู้และเปลี่ยนแปลง ที่เราไปยึดติดเพราะเราพึ่งพามากเกินไป"
    เธอพูดกับผมด้วยน้ำเสียงและรอยยิ้มเหมือนเธอเห็นมันเป็นเรื่องเล็กๆ แลคงไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเจอกับเรื่องที่จะพูดต่อไป
    "ฉันเองเคยเจ็บปวดมาก เพราะยึดมั่นถือมั่นมากเกินไป ตั้งความหวังเอาไว้ มีฟอร์มมีเป้าหมายที่ตัวเองอยากได้ แล้วพอไม่ได้เป็นยังไงหล่ะ เราเจ็บก็เพราะตัวเราเคยมีใครทำเราที่ไหนล่ะ เจ็บเพราะความนึกคิดของตัวเองไม่ใช่รึ ...วางมันลงสิ้"
    เธอกล่าวต่อขณะที่ต้มข้าวต้มอุ่นๆถ้วยเล้กๆใส่ชามไปพร้อมอาหารสะอาดของเธอ แน่นอนเธอไม่ชอบให้ผมทานข้าวข้างนอกที่มันเยอะๆทอดๆ
    "ก็ต้องล้ม ล้มได้ทุกคน ก็เคยล้มกันหมดนั่นหล่ะ แต่ล้มแล้วก็ต้องรีบลุก ดูอย่างพ่อแกนั่น กว่าจะสำเร็จก็ผิดไม่รู้กี่ครั้ง"
    "คนเราจะวัดความสามารถได้ก็ตอนที่ผิดนั่นหล่ะ ว่าเราจะทนได้แค่ไหน ถ้าตอนสบายๆใครๆก็ดีทั้งนั้นหล่ะ ปัญหาทำให้เราต้องหาทางออก ทำให้เรารู้ขีดความสามารถที่แท้จริงของเรา"
    "ตอนนี้ ก็จะเป็นอีกครั้งที่ลูกของแม่จะได้วัดความสามารถตัวเอง มีเริ่มต้นก็มีดับ มีจุดจบสิ่งหนึ่งเริ่มต้นอีกสิ่งหนึ่ง ไม่ตื่นเต้นหรอที่จะได้ทำอะไรใหม่ๆ" เธอยิ้มรับอย่างอบอุ่น
     
    ตกลงครับแม่ : )
    September 23

    มันมีวิธีอยู่

    บางที เราก็มองเข้าข้างตัวเอง อย่างที่ผมเคยบอก
    เมื่อบลอกที่แล้ว
    เมื่อวานผมเจอเด็กสาวหนึ่งท่านทักผมด้วยหน้าตายิ้มแย้ม
    "พี่จำหนูได้ไหม" แน่นอนผมจำได้ทั้งชื่อและหน้าตา
    แม้กระทั่งอีเมล์ของเพื่อนเค้าที่แนะนำให้รู้จักกันในงานแฟทเรดิโอก่อนเค้าจะไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ
    ผมจำได้แม้กระทั่งของขวัญที่เค้าให้ก่อนไป รวมถึงรูปใบที่เค้าเลือกมาแปะให้ข้างๆแก้วกาแฟที่ยังอยู่ในตู้
    ตอนนั้นยังคิดว่าคนนี้ไปตั้งปีจะจำผมได้ไหม?
    คืนนั้นเค้าก็พยายามคาดคั้น ว่าผมคงจำเค้าไม่ได้ อยู่สามสี่ครั้ง
    นั่น..ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกสดชื่นเลยหล่ะ เพราะผมจำเค้าได้แน่นอน
    ให้ผมตอบยังไงดี
    "พี่จำไม่ได้เลยครับ" พอดีไม่ชอบโกหกและไม่ได้ความจำสั้นขนาดนั้นด้วย
    ผมแค่คิดว่าถ้าผมจะจีบผู้หญิงสักคนนึง ถ้าเค้าเคยเรียนกับผมตอนอนุบาล
    ผมคงบอกกับเธอว่า
    "เฮ้ เราคัตโตะน่ะ เราเป็นเพื่อนเธอสมัยอบู่อนุบาลเสริมมิตรด้วยกัน ไม่เป็นไรเราจะนั่งฟื้นความหลังด้วยกัน"
    ผมว่ามันเข้าหากันง้ายง่ายกว่าว่ามะ : ) ดีกว่า
    "เธอจำฉันไม่ได้แน่ๆ"  สามถึงสี่ครั้งแน่นอน
    คุณอาจจะโยนไปในประโยคสองต่อไป
    "ยังจำได้ไหมว่า หน้ารร.เราน้ำส้มอร่อยมากเลยนะเธอเคยทานมั้ย"
    "ฉันยังมีรุปหมู่ของห้องเราเลยหล่ะ"
    วิธีมันมีอยู่
    บางทีคุณอาจจะกลับจีบผญ.ที่คุณชอบสักคนสมัยเรียนในงานเลี้ยงรุ่น
    กล้ากลับมาคืนดีกับคนที่คุณไม่พูดกันเลยสักคำ-เพื่อนที่เข้าใจผิดกัน
    ขอโทษคุณพ่อที่แทบไม่คุยกัน นอกจากทักกันตอนสวนกันเมื่อคุณออกจากบ้านเท่านั้น
    มันมีวิธีอยู่
    ผมว่า การมัวแต่หาข้อบกพร่องคนอื่น อาจทำให้คุณเสียโอกาสบางอันไปก็ได้
    อันนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องแรกแล้วนะ แค่เป็นการโยง แตกยอดออกมา
    ถ้าคุณมัวแต่ติติงคนอื่น ผมว่าเอาเวลานั้นมาพัฒนาตัวเอง
    น่าจะดีกว่า...
    นอกจากนี้ถ้าตอนนี้ คุณยังทะเลาะกับเจ้านาย แทนที่จะหานิสัยเจ้านายที่ไม่ดี สู้เอาเวลาไปก้มหน้าตาทำงานแล้ว
    เป้นเจ้านายที่ดีในวันนึง เป็นตัวอย่างที่ดีให้ได้ ผมก็ว่าน่าจะดีกว่า
    ถ้าโดนคนเกลียดมากๆก็ต้องถามแล้วว่า เรามีอะไรผิดแผกไปหรือเปล่า?
    นั่นก็น่าจะดีกว่า
    ปัญหามีส่วนที่เราจัดการได้ และส่วนจัดการไม่ได้
    เอาเวลาที่เหลืออยู่มาปรับปรุงข้อบกพร่องของตัวเอง
    ฟังหูไว้หูกับข้อแนะนำ ถ้าเรายังต้องพึ่งพาใครก็พึ่งให้น้อยลง
    นั่นน่าจะดีกว่า
    มันมีวิธีอยู่
     
    ps : ใครอยากหาทางออก เรื่อง"มันมีวิธีอยู่" ปรึกษาได้ทาง msn
    ก่อนมาใช้บริการ กรุณาเปิดหัวใจ  มันมีวิธีอยู่
    สุดท้ายถ้าอยากบ่นอย่ามา 5555+
    ps2: เรื่องแรก ถ้าผมเริ่มเป็นคนที่มีมองมุมแบบเข้าข้างตัวเองมากๆ
    1. ผมไม่ได้ชอบกาแฟน่ะ ไม่ได้อยากได้แก้วกาแฟด้วย แต่ก็ประทับใจที่ทำอะไรมาให้ แต่น่าจะทำการบ้านมาหน่อยน่ะ
    2.อย่างที่บอกผมกลับคิดว่าเค้าจะลืมผมไหม ผมก็แค่ใครบางคนที่ เอนเทอเทนเค้าหล่ะ เป็นแค่ช่วงสนุกของคนที่คิดอยากจะพักก็มาคุยด้วยสองสามครั้งหรือตอนที่เค้าว่าง
    3.ผมไม่ได้เป็นพี่เลี้ยงใครน่ะ !
    4.มีคนล้านแปดที่เข้ามา ผมก็อุตส่าห์จำได้ จากการแวะมาดูสามสี่ครั้งของเค้าน่ะ คนที่ทำอะไรมาเยอะแยะ มาดูเป็นร้อยๆครั้งก็ไม่ได้ทำอะไรให้ลำบากใจเลยหนิ
    5.ในตอนนั้นผมก็พยายามที่จะหยุดคิดแล้วก็ลืมว่า เพื่อนสนิทกำลังบอกให้ไปคุยกับน้องที่ตั้งใจมาร้านแล้วโทรตามผมมา เพื่อนจะดื่มด้วย
    ส่วนเค้าก็แค่บังเอิญมาเจอ ไม่ได้หาข้อมูลอะไรเลยมาก่อนเลย
    6.แถมจากคนส่วนมากถามว่า พี่มีคอนเสิตที่ไหนบ้างบอกหนูบ้าง ผมว่า google ก็ช่วยคุณได้นะ
    ยิ่งส่วนมากมี email ของผม(น้องคนนั้นก็มี)หรือ เบอร์ fc คนอื่นๆ แม้กระทั่งเบอร์ดอจ์ดอยู่แล้วหนิ
     
    โชคดีที่ผมก็ยังไมได้คิดเข้าข้างตัวเองเลยตามที่กล่าวมาก : )
    ** ไม่ได้มีความรู้สึกส่วนตัวรุนแรงนะ แค่อยากระบายอยากแจ้งให้เข้าใจ
    เราจะได้เข้าใจกันมากขึ้น ปรับจูนกันหน่อยสำหรับผมกับคนอื่นๆ
    สำหรับคุณกับคนรอบข้างด้วย ก่อนที่จะมีความรู้สึกรุนแรงออกไป
    ใจเขาใจเรา เอ็ดบอกมึงทนกับคนพวกนี้ได้ยังไงว่ะ?
    ผมบอกเอ็ดไปเลยว่าผมไมได้ทน ผมมีความสุข มึงไม่เข้าใจความสุขหรอก การที่มีคนให้ความสำคัญกับเรา
    อีกอย่างผมชอบให้คนมาคุยอยู่แล้วผมขี้เหงาหน่ะ : )
    -การที่มีคนคุณเค้าจำคุณได้ เชื่อผมเลยว่ามันทำให้คุณรู้สึกดี แต่ถ้ามีคนบอกคุณว่า hey "ฉันคิดถึงคุณ!"
    เชื่อผมเถอะคุณรู้สึกดีกว่าแบบแรก..
    ...มากๆเลยหล่ะ
    September 22

    ไม่รู้นะเว้ยสำหรับฉัน....

    ทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเอง
     
    ทุกคนก็มักจะเข้าข้างตัวเอง ไม่น้อยก็มาก
     
    หรือไม่จริง!
     
    อย่าเข้าข้างตัวมาก จนคนอื่นรู้สึกว่า โลกไม่ได้หมุนรอบไอ้นี่นะ
     
    มันก็น่าจะโอเคมั้ง

    ผู้ช๊ายผู้ชาย

    ผมไม่เคยเห็นเพื่อนผมคนไหน บอกว่า เรารักเค้ามากเลยที่เค้ารักเรา
     
    มีแต่ทำหน้าเจื่อนๆ แล้วบอกว่า "แต่"เค้ารักกูมากเลยนะ คำว่า "แต่"กะหน้าแบบนั้นแปลว่าอะไร
     
    ใช่ครับ ผู้ชายไม่ได้ต้องการ ความรักมากๆ มันแค่เป็นข้อที่ฉุดรั้งให้เค้าไปยากขึ้นเฉยๆ
     
    ผู้ชายชอบความเข้าใจและความสบายใจมากกว่า ความรักครับ เป็นผู้หญิงผมไม่รู้ว่าจะแตกต่างแค่ไหน
     
    แต่เท่าที่เป็นผู้ชายและ เข้าใจวกมันมากๆเพราะเป็นเผ่าพันธ์ที่เข้าใจแค่มองตาเลยก็รู้ว่าคิดอะไร
     
    รักพวกนี้น้อยๆแต่เข้าใจมากๆ
     
    ก็พอ...ครับ
     
     
    September 16

    สายัณต้องเป็นสัญญา

    สัญญาอะไรแล้วก้ต้องทำให้ได้
     
    ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องสัญญา
     
    เครดิต ของเรายิ่งใหญ่กว่าตัวเรา
     
    ไม่อย่างงั้นก็ไม่มีต้องมีปริญญา หรือบัตรประชาชนไว้รับรองชีวิตเรา
     
    ส่วนฉันไม่ขอสัญญาเพราะกลัวว่าจะทำไม่ได้
     
    กลัวความคาดหวัง ถ้ามันยิ่งใหญ่เกินไป
     
    PS: พลังกายไม่เคยสำคัญไปกว่าพลังใจ

    ทางสายกลาง

    รู้จักกับผู้คนเป็นสิ่งที่ดี  แต่คุยกันมากไปอาจเจอที่เราไม่ตรงกัน
    คุยกันมากขึ้นเกรงใจกันน้อยลง เถียงกันมากขึ้น ศรัทธาน้อยลง
    อะไรมาไวก็ไปไว ให้มากไปก้มองไม่เห็นคุณค่า
    ไม่ว่าจะเป็นอะไรดีที่ดีแค่ไหน มากเกินไปก็มีด้านลบ
    หน้าตาดีมากๆ คนก็ไม่ได้มองจิตใจของเรา คบไปก็ไม่ยืดยาว
    รวยไปก็มีแต่คนคิดชิง คิดอิจฉาริษยา
    อะไรที่ไม่ดี ถ้าไม่มีเลย ก็ไม่สมดุล
    ความอิจฉาโกรธ ไม่มีเลย ชีวิตจะขาดแรงบันดาลใจ ในการต่อสู้ ไม่ขยันไม่พัฒนา
    อุปสรรค ไม่มีเลยทำให้ชีวิตเราไม่รู้จักกับความสุขเพราะเราไม่เห็นความแตกต่างของสองสิ่งนี้
    ต้องหาทางสายกลางหาจุดดุลยภาพ
    วางตัวเองที่ที่สบายใจ ไม่เบียดเบียนใคร ไม่รุกล้ำใคร มีความสุขในสิ่งที่เราพึงมีได้
    ปล่อยวางกับสิ่งที่จากไป ตั้งตากับสิ่งที่จะเข้ามาใหม่
    เรียนรู้ต่อไป ชีวิตยังอีกยาวไกล
     
     
    September 14

    ct theory's #2

    คนที่วางตัวให้เรา "เกรงใจ" แตกต่างกันกับคนที่ทำให้เราต้อง "เกรงใจ" อย่างสิ้นเชิง
     
    --------------------------------
     
    จำไว้ว่าเมื่อใดที่เราเอ่ย"ทวงบุญคุณ"คนไป  คุณได้ทวงมันคืนไปจริงๆแล้ว  และ.. ใช่ ! พร้อมกับมิตรภาพด้วย
     
    อย่าได้พูดไปทีเดียว
     
    --------------------------------
     
    ถ้าเมื่อใดที่แม่คุณเตือนคุณว่า "แล้วลูกจะเสียใจ"   แล้วละก็....คุณเตรียมเสียใจเอาไว้ได้เลย
    September 09

    การจากไปของแจบอมวง2pmบอยแบนด์จากเกาหลี

    ขึ้นชื่ออาจนึกว่าเป็นข่าวบันเทิง ดาดๆสไตล์ตลาดของนักร้องเกาหลี
    เรื่องสั้นคือ นายแจบอม คือคนเกาหลีสัญชาติอเมริกันที่ผ่านการคัดเลือกเมื่อราว4ปีที่แล้วของค่าย JYP เกาหลีที่ปั้นนักร้องดังๆอย่าง
     rain wondergirls มาแล้ว ที่อเมริกาครั้งนั้นและน่าจะมีนิชคุณอยู่ด้วย
    แต่...
    เรื่องราวมันมาใหญ่โตตรงที่ นายแจบอม ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าวงของ 2pm นั้นครั้นยังอยู่ทีอเมริกา
    เคยเขียนใน myspace ของเค้า แอนตี้ประเทศเกาหลี เชื้อชาติของเขาเอง อย่างรุนแรง
    ผมก้ไม่รู้หรอกน่ะว่ารุนแรงแค่ไหน
    แต่เด็กที่โตในอเมริกา ก็มีแนวคิดที่ค่อนข้างมั่นใจตัวเองและเป็นปัจเจกอยู่แล้ว
    เพราะเป็นประเทศแห่งความคิดเสรีภาพ และความเท่าเทียมกันในการพูดแสดงความคิดเห็น
    ไม่ว่าคุณจะเป็นใครหรืออายุเท่าไหร่ก็เถอะ
    แจบอมก็ออกมาขอโทษและออกจากวง 2pm ต้องกลับไปอยู่ที่ US เช่นเดิม
    ไม่น่าเชื่อแค่บลอคใน myspace ไม่กี่บรรทัดจะเปลี่ยนชีวิตคนคนนึงไปตลอดกาล
    ผมก็ไม่ได้รู้เรื่องตื้นลึกหนาบางอะไรหรอกน่ะ
    แล้วก้ไม่ได้เป็นสาวกหรือแฟนวง 2pm ด้วย
    แต่ถ้าผมเป็นเค้าคงตกอยู่ในโลกแห่งความมืดมิด
    ทีนักการเมืองในแทบทุกประเทศยังด่ากันในสภา ต่อยกัน โกงกินประเทศชาติ
    คำว่าขอโทษยังไม่เคยได้ยินออกจากปากคนเหล่านี้สักคำ
    อย่างที่บอกผมไม่เชื่อว่าไม่มีใครไม่เคยทำผิด ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ
    ผู้ชายอายุแค่ 22 ทำผิดแล้วออกมาก้มหัวขอโทษแล้วลาออกจากงานที่เค้ารักที่สุดในชีวิต
    บินจากที่ที่ เค้าเขียนต่อมาใน myspace เจ้าปัญหาในอีกหนึ่งปีถัดมาว่าเค้าเริ่มรักที่นี่แล้วคงอยู่ไปเรื่อยๆ...
    ทุกคนต้องเติบโตจากความผิด ผิดแล้วก็ต้องขอโทษแล้วเรียนรู้ไป
    แค่น่าเสียดายอนาคตเด็กมีฝีมือคนนึง
    ที่ทำผิดแล้วยังไม่ได้รับการอภัย
    ถ้า...เป็นผม... เป็นคุณ
    ก็อยากได้รับ "การอภัย"
    การอภัยของคุณ ทำยากแค่ไหน? และรู้ไหมว่ามันมีค่าเท่าใดกับคนที่ต้องการมัน
    September 05

    ชนะแล้ว...

    ชนะแล้ว...
     
    ในที่สุดก็จัดการให้เรารู้สึกถูกได้ซะที
     
    เอาความไม่ดีโยนไป กลบไอ้ที่แย่ๆของตัวเองนิดหน่อย ซ่อนๆไว้
     
    ใครมาถามก็หลบเลี่ยง เรื่องจริงไม่ต้องเล่าให้หมด ใส่ไข่เรื่องแย่ไปอีกนิดหน่อย ให้มันมาเข้าทางเราก้พอ
     
    ชนะแล้ว...
     
    เอ้ะ แล้วคนแพ้ไปไหนแล้วล่ะ คนอื่นๆล่ะ
     
    ดีแล้วก็ฉันมันดีที่สุดหนิหน่า คนชนะก็อยู่ส่วนชนะสิ้ เออ ไปปลอบคนแพ้กันหมด เสียเวลา..
     
    ดีใจจังเลยๆ ในที่สุดก้หายรู้สึกอึดอัดกับการต่อสู้กับคนนี้ซะที ทำเป็นเด่นตรงนี้
     
    ชนะแล้ว...
     
    ได้อะไร? คุ้มใช่ไหม
     
    ชนะแล้ว...
     
    เสียอะไรไป "จริงๆแล้ว"คนเค้ามองเรายังไง
     
    สัจจะของเราคืออะไร
     
    ชีวิตหลังชนะคืออะไร
     
    อย่าเอาการแข่งขันมาใช้กับ เพื่อน กับคนรัก กับครอบครัว
     
    ที่นี่ไม่ได้ต้องการคนชนะ
     
    September 04

    cuttO's eye view ( in memory of 02/09/09)

    17.0017.3017.33

    17.3518.24 19.1019.1219.1220.47

    20.5621.0722.18

    22.2200.1500.41

    September 03

    cuttO's theory

    ทฤษฎีผมเองนี่หล่ะ
     
     
    ผู้ชายที่ผู้หญิงชอบ เป็นผู้ชายที่ผู้ชายด้วยกันเองเฉยๆหรือไม่ได้ชอบ
    ผู้หญิงที่ผู้ชายชอบ ก็เป็นผู้หญิงที่ผู้หญิงด้วยกันไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่นัก
     
    **เพราะ sex appeal ของเพศนั้นๆ ไม่ได้มีไว้ใช้ในเพศเดียวกัน
     
    ---------------------
     
    อย่า Discredit คนอื่น เพื่อให้ตัวเองดูสูงขึ้น
    การทำให้ตัวเองดีขึ้นมันไม่มีทางลัดหรอก
    นอกจากการพัฒนาตัวเอง
    คนที่เค้าฉลาดจริง เค้ารู้ว่าอะไรจริงไม่จริง
    อะไรที่ฟังแล้วเป็นไปได้อะไรเป็นไปไมได้
     
    ---------------------
    และผมคิดว่า
     
    ไม่มีใครในโลก"เพอร์เฟค" ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นสักคนนึง
    กระทั่งพ่อของตนเอง ใครก็ตามในชุมชนในสังคม คนสำคัญในหนังสือ,ทีวีหรือคนดังระดับประเทศที่ดูน่าสนใจก็เถอะ
    ก็แค่บิดภาพดีดีให้ดูทั้งนั้น
    ทุกคนก็มีกิเลส มีข้อด้อยของตัวเองทั้งนั้น
    ถ้าเกิดวันนี้มีใครที่เธอชอบเอาเทียบกับฉันว่าเค้าดีกว่า เค้าเพอเฟคกว่า
    ฉั้นคงไม่พูดด้วยประโยคคลาสสิคหรอกว่า "ไปชอบเค้าสิ้ จะมาหาฉันทำไม"
    แต่อยากให้เอาคนนั้นมาเป็น"ต้นแบบ"ให้ที
    เด๋วฉันจะหล่อตัวเอง ก้อปปี้ออกมาให้เป็นแบบนั้นเลย
    หาให้ทีนะ.. อยากเห็นสักคน
     
    ps: ไม่มีหรอกคนที่ดีอ่ะ มีแต่คนที่"ดีพอ"กะที่เราต้องการ"พอดี"เท่านั้น
    ps:  http://twitter.com/cuttOliptA    <<<< แรงสุดๆ

    พี่สอนน้อง

    เรื่องของคนสองคน ในความสัมพันธ์ทุกอย่างผมขอแนะนำให้อย่าไปยุ่งเลย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท มิตรสหาย
     
    ถ้าเค้าจะรักกัน แล้วเราไปขวาง - คนนี้ไม่ดีหรอกน่ะ ดูไม่เวิคกับเธอ - วันนึงเค้ารักกัน เราจะเป็นหมา - เฮ้ยตอนนั้น ไอ้นี่ไม่เชียร์เธอเลย
     
    ถ้าคนจะเกลียดกัน - เราไปแนะ ไปผสาน ให้เค้ารู้จักกัน แก้ปัญหา พอมันยิ่งใหญ่ขึ้น เราเป็นหมา - เพราะเราไปยุให้เค้าทะเลาะกัน ไปยุ่งให้เค้าคืนดีกันทั้งที่มันอาจไม่คืนดี
     
    ไม่ว่าจะอยู่ข้างใดก็เถอะ อย่าโอนเอนไปสักข้าง เพราะโลกนี้
     
    ตราชั่งของเรา ไม่อาจวัดค่าความรู้สึกของคนอื่นได้
     
    ไม่งั้นเค้าก็คงมีแฟนไปคนเดียวกันหมดแล้ว มีเพื่อนรักคนเดียวเหมื่อนกับเราไปหมดแล้ว
     
    อยู่ในจุดที่สบายๆ จุดที่คนยังนับถือเรา มากกว่าจะคิดว่า ไอ้นี้มันมายุ่งทำไมว่ะ :)
     
    ps: เคยเป็นหมามาแล้ว -_-

    ยิ่งใกล้ ยิ่งเห็นความสุดยอด

    ตอนเราเป็นเด็กผมเชื่อว่าทุกคนมีความฝัน ไม่ว่าจะเป็นที่คุณคิดเองหรือพ่อแม่สไตล์ไทยจะโปรแกรมให้คุณก็ตามเถอะ
     
    ผมอยากเป็นนักดนตรี แต่คิดว่ามันยากเย็นไป อยากร้องเพลงแต่ส่องกระจกตั้งแต่เด็กๆก็รู้ว่าคงไม่มีโอกาสในชาตินี้และหน้า
     
    ผมอยากเป็นวิศวกร อันนี้โดนที่บ้านโปรแกรมให้ อะไรก็ตามเถอะ หมอ ทนายความ นักการเงิน บลาบลา
     
    ผมคุณโตขึ้นความรู้สึกแย่ๆมันจะเข้ามา พร้อมกับประทับตาตัวเองว่า "มันคือความจริง"
     
    ความจริงที่ว่าคุณอยากเป็นแอร์ แต่คุณอาจสูงไม่ถึง โง่ภาษาอังกฤษ และว่ายน้ำได้แค่ 20เมตร ! แย่ชะมัด ขาชั้นก็สั้น
     
    ความจริงที่ว่า อยากเป็นนางสาวไทย หรือนางแบบ หน้าตาก็แค่พอประมาณ คนหน้าตากลางๆในคณะ แถมยังไม่กล้าใส่ชุดว่ายน้ำ แอ๊บตอบคำถามเว่อร์ๆที่อยากตอบอีกแบบก็เถอะ
     
    คุณคิดว่าคุณจะแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไงค่ะ แล้วคุณก็นึกในใจว่า มีจังหวัดอะไรบ้างว่ะ รู้แต่ว่าสยามซอยสามมีร้านอะไรบ้าง
     
    ความจริงทำให้คุณจำกัดฝันลง ผมคงทำไมได้แล้วหล่ะ ถ้าอยากเรียนหมอ ต้องไปใช้ทุน ตจว.อีก ผมไม่อยากอยู่ต่างจังหวัด
     
    ผมกลัวเลือดต่างๆนานาๆ เมื่อความจริงกลายเป็นเพื่อนซี้กว่าความฝัน แล้วคุณก็เริ่มเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่กล้าทำอะไรเกินฝัน
     
    เผื่อใจไว้เถอะ ทำไม่ได้แน่ๆ คงไม่ได้มั้ง
     
    ถ้ามีคนทั้งออฟฟิศบอกว่าคุณไม่มีทางทำงานได้เกินตำแหน่ง ลิ่วล้อ ในออฟฟิศ คุณก็เริ่มเชื่อทั้งที่คุณยังไม่ได้เริ่มทำงานในปีนี้จบเลย
     
    นอกจากนี้ ยังมีอีกปมที่ใหญ่สุดๆอีก
     
    คือพอคุณเข้าไปในสายงาน ผมหมายถึง คุณจะเริ่มกลัวคนที่เก่งกว่าคุณ เก่งมากๆเลย
     
    ผมไปเจอมาแล้วอย่างนึงคือ เพื่อนที่เป็นพวกสถาปนิก พูดถึงแบบตึกสูงๆรอบโลก ดูแปลนเค้าก้เออสวยดี เฮ้ยนายก็ทำได้
     
    เค้าบอกนายไม่เข้าใจหรอกนี่คืองานสุดยอดที่มีทีมที่ยอดเยี่ยมทั้งหมด ที่ประกอบกันได้ ทั้ง ทีมไฟ ช่างปั้น ช่างสี วัสดุ และคุณภาพจากทีมที่เก่งๆสุดๆ
     
    ผมแทบแยกไม่ออก มันต่างกันยังไง
     
    หรือสไลด์ฟิลม์ของการผ่าตัดเนื้องอกในตับ ที่มีเส้นเลือดมากกว่าร้อยเส้นในเนื้อเยื่อขนาดเท่าครึ่งกำปั้น ทำไมอ่ะแตกต่างกันตรงไหน ยากยังไง?
     
    เราแยกแยะไม่ออก แต่ใครก็เถอะที่เข้ามาในสายงานเดียวกัน เรารู้เลยว่า ไอ้นี่คือสุดยอดสายดนตรี เรื่องการอัดเสียง เรื่องการเขียนเพลง
     
    เราเริ่มกลัวกับความจริง และเราจะทำยังไงให้ข้ามมันไปให้ได้
     
    คนที่ไม่รู้ว่าคนที่ระดับสุดยอดเก่งยังไง แปลว่ายังไม่ใกล้กับคนสุดยอดระดับนั้น
     
    เพราะยิ่งเข้าใกล้คนที่เก่งมากขึ้นเท่าไร เราก็ยิ่งรู้ว่าเราห่างกับเค้ามาก
     
    เหมือนกับเราอยากไปที่ชั้น100 พอไปถึงชั้น 50เห้ยมันสูงมากเลย
     
    ไอ้คนบนชั้น 100 มันโอ้โห ไปได้ไงว่ะ
     
    หรือเราไม่ควรจะรู้ไปเลย :)
     
    แต่เอาเถอะผมก็มาถึงชั้น สามสิบไปแล้วหล่ะ ถ้าจะตกก้ให้หล่นลงมาให้เจ็บสักหน่อยก็ดี ดีกว่าไม่ได้รู้ว่าจะขึ้นได้ถึงชั้นที่เท่าไหร่
    September 02

    หนึ่งวันที่..

    ฝนตกปรอยๆ มันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ใกล้วันเกิดของโค้ด
     
    และใกล้ช่วงปิดเทอมเล็ก
     
    นั่นคือเรื่องในความทรงจำของผม
     
    คืนนี้ผมตื่นสายมาก ไม่มีโปรแกรมอะไร แม่เลยชวน
     
    ไปเดินเล่นกะแม่ที่ ห้างใหม่เล็กๆแถวบ้าน
     
    อากาศเย็นแต่ชื้น เราสองคนไปทานร้านเล็กๆ..คุยกันไปเรื่องครอบครัว
     
    ผมถ่ายรูปส่งไปให้น้องสาวที่ LA.ดูอยากให้คิดถึงคนที่บ้าน
     
    จะได้รู้ว่า คนที่นี่คิดถึงอยากให้รีบเรียนรีบกลับ
     
    หมามันยังคิดถึงเลย
     
    เราสองคนคุยกันเรื่องความฝันกัน
     
    ตอนนี้ผมมีเป้าหมาย หลังจากรถคันนี้ในอีกสองปี
     
    อยากหาซื้อที่ดินเล็กๆแถวใกล้บ้าน
     
    ขุดบ่อบัวให้แม่
     
    มันเป็นความฝันของแม่
     
    แล้วก็กลายมาเป็นความฝันของผมด้วย
     
    แม่ไม่เคยคิดถึงตัวเองและทำอะไรให้ตัวเองเลยจริง
     
    คิดแต่ว่าคนอื่นอยากได้อะไร ต้องดูแลใครบ้างเท่านั้น
     
    แม่ยิ้ม บอกไปทานเค้กกัน ผมเลยถ่ายรูปตอนที่แม่นั่งทานเค้กอย่างยิ้มแย้ม
     
    แม่บอก "จะซื้อไปฝากแพนด้าด้วย" (ร้าน secret garden นี่น่ะ)
     
    ผมถามแม่ว่ารูปแม่ที่จะส่งไปให้แคร์ ใช้ชื่อว่าอะไรดี
     
    แม่บอกว่า " หนึ่งวันที่มีความสุข .. อืม...ไม่เอาดีกว่า
     
    หนึ่งวันที่ไม่มีความทุกข์ คัตว่าดีไหม?"
     
    "ดีสิ้ วันที่มีความสุขเราก็อาจมีความทุกข์ด้วย" ผมยิ้ม
     
    แค่คำพูดไม่กี่คำ ก็บ่งบอกได้ถึงนิสัยของคนได้แล้ว ว่าคนคนนี้รักสงบและ ปล่อยวางกับชีวิตแค่ไหน
     
    ผมเลยกดส่งไปให้แคร์แล้วเติมอีกนิดหน่อยว่า "หนึ่งวันของแม่ที่ไม่มีความทุกข์ แต่หนึ่งเป็นวันที่ผมมีความสุขมาก"
     
    แต่วันนี้ผมไม่มีความทุกข์แฮะ
     
    ps: ซื้อ BB มาแล้วมาเล่นกันนะที่ Facebook-twitter
    ps:กะลังแอบเขียนบลอคจำนวนมากไว้.มาขอไปอ่านแล้วกันน่ะ
    ps:สบายๆไปอาทิตย์นึงเริ่มมีไฟทำงานต่อละ
    June 12

    ล้างไอเดีย

    ปรับปรุงหน่อย จาก
     
    รายได้ - รายจ่าย = เงินออม
     
    เปลี่ยนเป็น
     
    รายได้ - เงินออม = รายจ่าย
     
    wow :)
     
    ps: เงินได้ ต่อ หนึ่งปี % 10 x อายุ  =  เงินออมที่เราควรจะมีในตอนนี้
     
    หันไปดูแล้วไม่รอด แหะ
    June 02

    ไม่ว่าจะ..

    ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์หรือความสุข
     
    มันก็ผ่านพ้น...จากเรา  ไป...ทั้งสิ้น
     
    อย่า
    ไป
    ยึด
    ติด
    มัน
    May 12

    สุภาษิตจีน

    มิตรสหายดุจแขนขา ภรรยาดุจเสื้อผ้า
     
    ps : พอดีไม่อยากโป๊อ่ะ ใส่แว่น