| Lipta's profileLIPTAPhotosBlogLists | Help |
|
September 22 ไม่รู้นะเว้ยสำหรับฉัน....ทุกคนก็มีเหตุผลของตัวเอง
ทุกคนก็มักจะเข้าข้างตัวเอง ไม่น้อยก็มาก
หรือไม่จริง!
อย่าเข้าข้างตัวมาก จนคนอื่นรู้สึกว่า โลกไม่ได้หมุนรอบไอ้นี่นะ
มันก็น่าจะโอเคมั้ง ผู้ช๊ายผู้ชายผมไม่เคยเห็นเพื่อนผมคนไหน บอกว่า เรารักเค้ามากเลยที่เค้ารักเรา
มีแต่ทำหน้าเจื่อนๆ แล้วบอกว่า "แต่"เค้ารักกูมากเลยนะ คำว่า "แต่"กะหน้าแบบนั้นแปลว่าอะไร
ใช่ครับ ผู้ชายไม่ได้ต้องการ ความรักมากๆ มันแค่เป็นข้อที่ฉุดรั้งให้เค้าไปยากขึ้นเฉยๆ
ผู้ชายชอบความเข้าใจและความสบายใจมากกว่า ความรักครับ เป็นผู้หญิงผมไม่รู้ว่าจะแตกต่างแค่ไหน
แต่เท่าที่เป็นผู้ชายและ เข้าใจวกมันมากๆเพราะเป็นเผ่าพันธ์ที่เข้าใจแค่มองตาเลยก็รู้ว่าคิดอะไร
รักพวกนี้น้อยๆแต่เข้าใจมากๆ
ก็พอ...ครับ
September 16 สายัณต้องเป็นสัญญาสัญญาอะไรแล้วก้ต้องทำให้ได้
ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องสัญญา
เครดิต ของเรายิ่งใหญ่กว่าตัวเรา
ไม่อย่างงั้นก็ไม่มีต้องมีปริญญา หรือบัตรประชาชนไว้รับรองชีวิตเรา
ส่วนฉันไม่ขอสัญญาเพราะกลัวว่าจะทำไม่ได้
กลัวความคาดหวัง ถ้ามันยิ่งใหญ่เกินไป
PS: พลังกายไม่เคยสำคัญไปกว่าพลังใจ ทางสายกลางรู้จักกับผู้คนเป็นสิ่งที่ดี แต่คุยกันมากไปอาจเจอที่เราไม่ตรงกัน
คุยกันมากขึ้นเกรงใจกันน้อยลง เถียงกันมากขึ้น ศรัทธาน้อยลง
อะไรมาไวก็ไปไว ให้มากไปก้มองไม่เห็นคุณค่า
ไม่ว่าจะเป็นอะไรดีที่ดีแค่ไหน มากเกินไปก็มีด้านลบ
หน้าตาดีมากๆ คนก็ไม่ได้มองจิตใจของเรา คบไปก็ไม่ยืดยาว
รวยไปก็มีแต่คนคิดชิง คิดอิจฉาริษยา
อะไรที่ไม่ดี ถ้าไม่มีเลย ก็ไม่สมดุล
ความอิจฉาโกรธ ไม่มีเลย ชีวิตจะขาดแรงบันดาลใจ ในการต่อสู้ ไม่ขยันไม่พัฒนา
อุปสรรค ไม่มีเลยทำให้ชีวิตเราไม่รู้จักกับความสุขเพราะเราไม่เห็นความแตกต่างของสองสิ่งนี้
ต้องหาทางสายกลางหาจุดดุลยภาพ
วางตัวเองที่ที่สบายใจ ไม่เบียดเบียนใคร ไม่รุกล้ำใคร มีความสุขในสิ่งที่เราพึงมีได้
ปล่อยวางกับสิ่งที่จากไป ตั้งตากับสิ่งที่จะเข้ามาใหม่
เรียนรู้ต่อไป ชีวิตยังอีกยาวไกล
September 14 ct theory's #2คนที่วางตัวให้เรา "เกรงใจ" แตกต่างกันกับคนที่ทำให้เราต้อง "เกรงใจ" อย่างสิ้นเชิง
--------------------------------
จำไว้ว่าเมื่อใดที่เราเอ่ย"ทวงบุญคุณ"คนไป คุณได้ทวงมันคืนไปจริงๆแล้ว และ.. ใช่ ! พร้อมกับมิตรภาพด้วย
อย่าได้พูดไปทีเดียว
--------------------------------
ถ้าเมื่อใดที่แม่คุณเตือนคุณว่า "แล้วลูกจะเสียใจ" แล้วละก็....คุณเตรียมเสียใจเอาไว้ได้เลย September 09 การจากไปของแจบอมวง2pmบอยแบนด์จากเกาหลีขึ้นชื่ออาจนึกว่าเป็นข่าวบันเทิง ดาดๆสไตล์ตลาดของนักร้องเกาหลี
เรื่องสั้นคือ นายแจบอม คือคนเกาหลีสัญชาติอเมริกันที่ผ่านการคัดเลือกเมื่อราว4ปีที่แล้วของค่าย JYP เกาหลีที่ปั้นนักร้องดังๆอย่าง
rain wondergirls มาแล้ว ที่อเมริกาครั้งนั้นและน่าจะมีนิชคุณอยู่ด้วย
แต่...
เรื่องราวมันมาใหญ่โตตรงที่ นายแจบอม ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าวงของ 2pm นั้นครั้นยังอยู่ทีอเมริกา
เคยเขียนใน myspace ของเค้า แอนตี้ประเทศเกาหลี เชื้อชาติของเขาเอง อย่างรุนแรง
ผมก้ไม่รู้หรอกน่ะว่ารุนแรงแค่ไหน
แต่เด็กที่โตในอเมริกา ก็มีแนวคิดที่ค่อนข้างมั่นใจตัวเองและเป็นปัจเจกอยู่แล้ว
เพราะเป็นประเทศแห่งความคิดเสรีภาพ และความเท่าเทียมกันในการพูดแสดงความคิดเห็น
ไม่ว่าคุณจะเป็นใครหรืออายุเท่าไหร่ก็เถอะ
แจบอมก็ออกมาขอโทษและออกจากวง 2pm ต้องกลับไปอยู่ที่ US เช่นเดิม
ไม่น่าเชื่อแค่บลอคใน myspace ไม่กี่บรรทัดจะเปลี่ยนชีวิตคนคนนึงไปตลอดกาล
ผมก็ไม่ได้รู้เรื่องตื้นลึกหนาบางอะไรหรอกน่ะ
แล้วก้ไม่ได้เป็นสาวกหรือแฟนวง 2pm ด้วย
แต่ถ้าผมเป็นเค้าคงตกอยู่ในโลกแห่งความมืดมิด
ทีนักการเมืองในแทบทุกประเทศยังด่ากันในสภา ต่อยกัน โกงกินประเทศชาติ
คำว่าขอโทษยังไม่เคยได้ยินออกจากปากคนเหล่านี้สักคำ
อย่างที่บอกผมไม่เชื่อว่าไม่มีใครไม่เคยทำผิด ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ
ผู้ชายอายุแค่ 22 ทำผิดแล้วออกมาก้มหัวขอโทษแล้วลาออกจากงานที่เค้ารักที่สุดในชีวิต
บินจากที่ที่ เค้าเขียนต่อมาใน myspace เจ้าปัญหาในอีกหนึ่งปีถัดมาว่าเค้าเริ่มรักที่นี่แล้วคงอยู่ไปเรื่อยๆ...
ทุกคนต้องเติบโตจากความผิด ผิดแล้วก็ต้องขอโทษแล้วเรียนรู้ไป
แค่น่าเสียดายอนาคตเด็กมีฝีมือคนนึง
ที่ทำผิดแล้วยังไม่ได้รับการอภัย
ถ้า...เป็นผม... เป็นคุณ
ก็อยากได้รับ "การอภัย"
การอภัยของคุณ ทำยากแค่ไหน? และรู้ไหมว่ามันมีค่าเท่าใดกับคนที่ต้องการมัน September 05 ชนะแล้ว...ชนะแล้ว...
ในที่สุดก็จัดการให้เรารู้สึกถูกได้ซะที
เอาความไม่ดีโยนไป กลบไอ้ที่แย่ๆของตัวเองนิดหน่อย ซ่อนๆไว้
ใครมาถามก็หลบเลี่ยง เรื่องจริงไม่ต้องเล่าให้หมด ใส่ไข่เรื่องแย่ไปอีกนิดหน่อย ให้มันมาเข้าทางเราก้พอ
ชนะแล้ว...
เอ้ะ แล้วคนแพ้ไปไหนแล้วล่ะ คนอื่นๆล่ะ
ดีแล้วก็ฉันมันดีที่สุดหนิหน่า คนชนะก็อยู่ส่วนชนะสิ้ เออ ไปปลอบคนแพ้กันหมด เสียเวลา..
ดีใจจังเลยๆ ในที่สุดก้หายรู้สึกอึดอัดกับการต่อสู้กับคนนี้ซะที ทำเป็นเด่นตรงนี้
ชนะแล้ว...
ได้อะไร? คุ้มใช่ไหม
ชนะแล้ว...
เสียอะไรไป "จริงๆแล้ว"คนเค้ามองเรายังไง
สัจจะของเราคืออะไร
ชีวิตหลังชนะคืออะไร
อย่าเอาการแข่งขันมาใช้กับ เพื่อน กับคนรัก กับครอบครัว
ที่นี่ไม่ได้ต้องการคนชนะ
September 04 cuttO's eye view ( in memory of 02/09/09)September 03 cuttO's theoryทฤษฎีผมเองนี่หล่ะ
ผู้ชายที่ผู้หญิงชอบ เป็นผู้ชายที่ผู้ชายด้วยกันเองเฉยๆหรือไม่ได้ชอบ
ผู้หญิงที่ผู้ชายชอบ ก็เป็นผู้หญิงที่ผู้หญิงด้วยกันไม่ได้รู้สึกตื่นเต้นเท่าไหร่นัก
**เพราะ sex appeal ของเพศนั้นๆ ไม่ได้มีไว้ใช้ในเพศเดียวกัน
---------------------
อย่า Discredit คนอื่น เพื่อให้ตัวเองดูสูงขึ้น
การทำให้ตัวเองดีขึ้นมันไม่มีทางลัดหรอก
นอกจากการพัฒนาตัวเอง
คนที่เค้าฉลาดจริง เค้ารู้ว่าอะไรจริงไม่จริง
อะไรที่ฟังแล้วเป็นไปได้อะไรเป็นไปไมได้
---------------------
และผมคิดว่า
ไม่มีใครในโลก"เพอร์เฟค" ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยเห็นสักคนนึง
กระทั่งพ่อของตนเอง ใครก็ตามในชุมชนในสังคม คนสำคัญในหนังสือ,ทีวีหรือคนดังระดับประเทศที่ดูน่าสนใจก็เถอะ
ก็แค่บิดภาพดีดีให้ดูทั้งนั้น
ทุกคนก็มีกิเลส มีข้อด้อยของตัวเองทั้งนั้น
ถ้าเกิดวันนี้มีใครที่เธอชอบเอาเทียบกับฉันว่าเค้าดีกว่า เค้าเพอเฟคกว่า
ฉั้นคงไม่พูดด้วยประโยคคลาสสิคหรอกว่า "ไปชอบเค้าสิ้ จะมาหาฉันทำไม"
แต่อยากให้เอาคนนั้นมาเป็น"ต้นแบบ"ให้ที
เด๋วฉันจะหล่อตัวเอง ก้อปปี้ออกมาให้เป็นแบบนั้นเลย
หาให้ทีนะ.. อยากเห็นสักคน
ps: ไม่มีหรอกคนที่ดีอ่ะ มีแต่คนที่"ดีพอ"กะที่เราต้องการ"พอดี"เท่านั้น
ps: http://twitter.com/cuttOliptA <<<< แรงสุดๆ พี่สอนน้องเรื่องของคนสองคน ในความสัมพันธ์ทุกอย่างผมขอแนะนำให้อย่าไปยุ่งเลย ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสนิท มิตรสหาย
ถ้าเค้าจะรักกัน แล้วเราไปขวาง - คนนี้ไม่ดีหรอกน่ะ ดูไม่เวิคกับเธอ - วันนึงเค้ารักกัน เราจะเป็นหมา - เฮ้ยตอนนั้น ไอ้นี่ไม่เชียร์เธอเลย
ถ้าคนจะเกลียดกัน - เราไปแนะ ไปผสาน ให้เค้ารู้จักกัน แก้ปัญหา พอมันยิ่งใหญ่ขึ้น เราเป็นหมา - เพราะเราไปยุให้เค้าทะเลาะกัน ไปยุ่งให้เค้าคืนดีกันทั้งที่มันอาจไม่คืนดี
ไม่ว่าจะอยู่ข้างใดก็เถอะ อย่าโอนเอนไปสักข้าง เพราะโลกนี้
ตราชั่งของเรา ไม่อาจวัดค่าความรู้สึกของคนอื่นได้
ไม่งั้นเค้าก็คงมีแฟนไปคนเดียวกันหมดแล้ว มีเพื่อนรักคนเดียวเหมื่อนกับเราไปหมดแล้ว
อยู่ในจุดที่สบายๆ จุดที่คนยังนับถือเรา มากกว่าจะคิดว่า ไอ้นี้มันมายุ่งทำไมว่ะ :)
ps: เคยเป็นหมามาแล้ว -_- ยิ่งใกล้ ยิ่งเห็นความสุดยอดตอนเราเป็นเด็กผมเชื่อว่าทุกคนมีความฝัน ไม่ว่าจะเป็นที่คุณคิดเองหรือพ่อแม่สไตล์ไทยจะโปรแกรมให้คุณก็ตามเถอะ
ผมอยากเป็นนักดนตรี แต่คิดว่ามันยากเย็นไป อยากร้องเพลงแต่ส่องกระจกตั้งแต่เด็กๆก็รู้ว่าคงไม่มีโอกาสในชาตินี้และหน้า
ผมอยากเป็นวิศวกร อันนี้โดนที่บ้านโปรแกรมให้ อะไรก็ตามเถอะ หมอ ทนายความ นักการเงิน บลาบลา
ผมคุณโตขึ้นความรู้สึกแย่ๆมันจะเข้ามา พร้อมกับประทับตาตัวเองว่า "มันคือความจริง"
ความจริงที่ว่าคุณอยากเป็นแอร์ แต่คุณอาจสูงไม่ถึง โง่ภาษาอังกฤษ และว่ายน้ำได้แค่ 20เมตร ! แย่ชะมัด ขาชั้นก็สั้น
ความจริงที่ว่า อยากเป็นนางสาวไทย หรือนางแบบ หน้าตาก็แค่พอประมาณ คนหน้าตากลางๆในคณะ แถมยังไม่กล้าใส่ชุดว่ายน้ำ แอ๊บตอบคำถามเว่อร์ๆที่อยากตอบอีกแบบก็เถอะ
คุณคิดว่าคุณจะแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังไงค่ะ แล้วคุณก็นึกในใจว่า มีจังหวัดอะไรบ้างว่ะ รู้แต่ว่าสยามซอยสามมีร้านอะไรบ้าง
ความจริงทำให้คุณจำกัดฝันลง ผมคงทำไมได้แล้วหล่ะ ถ้าอยากเรียนหมอ ต้องไปใช้ทุน ตจว.อีก ผมไม่อยากอยู่ต่างจังหวัด
ผมกลัวเลือดต่างๆนานาๆ เมื่อความจริงกลายเป็นเพื่อนซี้กว่าความฝัน แล้วคุณก็เริ่มเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่กล้าทำอะไรเกินฝัน
เผื่อใจไว้เถอะ ทำไม่ได้แน่ๆ คงไม่ได้มั้ง
ถ้ามีคนทั้งออฟฟิศบอกว่าคุณไม่มีทางทำงานได้เกินตำแหน่ง ลิ่วล้อ ในออฟฟิศ คุณก็เริ่มเชื่อทั้งที่คุณยังไม่ได้เริ่มทำงานในปีนี้จบเลย
นอกจากนี้ ยังมีอีกปมที่ใหญ่สุดๆอีก
คือพอคุณเข้าไปในสายงาน ผมหมายถึง คุณจะเริ่มกลัวคนที่เก่งกว่าคุณ เก่งมากๆเลย
ผมไปเจอมาแล้วอย่างนึงคือ เพื่อนที่เป็นพวกสถาปนิก พูดถึงแบบตึกสูงๆรอบโลก ดูแปลนเค้าก้เออสวยดี เฮ้ยนายก็ทำได้
เค้าบอกนายไม่เข้าใจหรอกนี่คืองานสุดยอดที่มีทีมที่ยอดเยี่ยมทั้งหมด ที่ประกอบกันได้ ทั้ง ทีมไฟ ช่างปั้น ช่างสี วัสดุ และคุณภาพจากทีมที่เก่งๆสุดๆ
ผมแทบแยกไม่ออก มันต่างกันยังไง
หรือสไลด์ฟิลม์ของการผ่าตัดเนื้องอกในตับ ที่มีเส้นเลือดมากกว่าร้อยเส้นในเนื้อเยื่อขนาดเท่าครึ่งกำปั้น ทำไมอ่ะแตกต่างกันตรงไหน ยากยังไง?
เราแยกแยะไม่ออก แต่ใครก็เถอะที่เข้ามาในสายงานเดียวกัน เรารู้เลยว่า ไอ้นี่คือสุดยอดสายดนตรี เรื่องการอัดเสียง เรื่องการเขียนเพลง
เราเริ่มกลัวกับความจริง และเราจะทำยังไงให้ข้ามมันไปให้ได้
คนที่ไม่รู้ว่าคนที่ระดับสุดยอดเก่งยังไง แปลว่ายังไม่ใกล้กับคนสุดยอดระดับนั้น
เพราะยิ่งเข้าใกล้คนที่เก่งมากขึ้นเท่าไร เราก็ยิ่งรู้ว่าเราห่างกับเค้ามาก
เหมือนกับเราอยากไปที่ชั้น100 พอไปถึงชั้น 50เห้ยมันสูงมากเลย
ไอ้คนบนชั้น 100 มันโอ้โห ไปได้ไงว่ะ
หรือเราไม่ควรจะรู้ไปเลย :)
แต่เอาเถอะผมก็มาถึงชั้น สามสิบไปแล้วหล่ะ ถ้าจะตกก้ให้หล่นลงมาให้เจ็บสักหน่อยก็ดี ดีกว่าไม่ได้รู้ว่าจะขึ้นได้ถึงชั้นที่เท่าไหร่ September 02 หนึ่งวันที่..ฝนตกปรอยๆ มันจะเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ใกล้วันเกิดของโค้ด
และใกล้ช่วงปิดเทอมเล็ก
นั่นคือเรื่องในความทรงจำของผม
คืนนี้ผมตื่นสายมาก ไม่มีโปรแกรมอะไร แม่เลยชวน
ไปเดินเล่นกะแม่ที่ ห้างใหม่เล็กๆแถวบ้าน
อากาศเย็นแต่ชื้น เราสองคนไปทานร้านเล็กๆ..คุยกันไปเรื่องครอบครัว
ผมถ่ายรูปส่งไปให้น้องสาวที่ LA.ดูอยากให้คิดถึงคนที่บ้าน
จะได้รู้ว่า คนที่นี่คิดถึงอยากให้รีบเรียนรีบกลับ
หมามันยังคิดถึงเลย
เราสองคนคุยกันเรื่องความฝันกัน
ตอนนี้ผมมีเป้าหมาย หลังจากรถคันนี้ในอีกสองปี
อยากหาซื้อที่ดินเล็กๆแถวใกล้บ้าน
ขุดบ่อบัวให้แม่
มันเป็นความฝันของแม่
แล้วก็กลายมาเป็นความฝันของผมด้วย
แม่ไม่เคยคิดถึงตัวเองและทำอะไรให้ตัวเองเลยจริง
คิดแต่ว่าคนอื่นอยากได้อะไร ต้องดูแลใครบ้างเท่านั้น
แม่ยิ้ม บอกไปทานเค้กกัน ผมเลยถ่ายรูปตอนที่แม่นั่งทานเค้กอย่างยิ้มแย้ม
แม่บอก "จะซื้อไปฝากแพนด้าด้วย" (ร้าน secret garden นี่น่ะ)
ผมถามแม่ว่ารูปแม่ที่จะส่งไปให้แคร์ ใช้ชื่อว่าอะไรดี
แม่บอกว่า " หนึ่งวันที่มีความสุข .. อืม...ไม่เอาดีกว่า
หนึ่งวันที่ไม่มีความทุกข์ คัตว่าดีไหม?"
"ดีสิ้ วันที่มีความสุขเราก็อาจมีความทุกข์ด้วย" ผมยิ้ม
แค่คำพูดไม่กี่คำ ก็บ่งบอกได้ถึงนิสัยของคนได้แล้ว ว่าคนคนนี้รักสงบและ ปล่อยวางกับชีวิตแค่ไหน
ผมเลยกดส่งไปให้แคร์แล้วเติมอีกนิดหน่อยว่า "หนึ่งวันของแม่ที่ไม่มีความทุกข์ แต่หนึ่งเป็นวันที่ผมมีความสุขมาก"
แต่วันนี้ผมไม่มีความทุกข์แฮะ
ps: ซื้อ BB มาแล้วมาเล่นกันนะที่ Facebook-twitter
ps:กะลังแอบเขียนบลอคจำนวนมากไว้.มาขอไปอ่านแล้วกันน่ะ
ps:สบายๆไปอาทิตย์นึงเริ่มมีไฟทำงานต่อละ June 12 ล้างไอเดียปรับปรุงหน่อย จาก
รายได้ - รายจ่าย = เงินออม
เปลี่ยนเป็น
รายได้ - เงินออม = รายจ่าย
wow :)
ps: เงินได้ ต่อ หนึ่งปี % 10 x อายุ = เงินออมที่เราควรจะมีในตอนนี้
หันไปดูแล้วไม่รอด แหะ June 02 ไม่ว่าจะ..ไม่ว่าจะเป็นความทุกข์หรือความสุข
มันก็ผ่านพ้น...จากเรา ไป...ทั้งสิ้น
อย่า
ไป
ยึด
ติด
มัน May 10 รีบเขียนเก็บเพราะกลัวจะลืมความสุขญี่ปุ่นญี่ปุ่นญี่ปุ่น
เกือบ 1 อาทิตย์เต็มในดินแดนแห่งอารายธรรมที่ทันสมัยศิวิไลซ์ที่สุดในเอเชียและ
เกือบจะเป็นที่สุดของโลกด้วยซ้ำไป
ผมซึมซับเอาบรรยากาศแห่งความสุขไป ชอบที่คนที่นี่ใช้ชีวิตอย่างมีรอยยิ้ม มีปฏิ สัมพันที่ดีกับคนรอบข้างในความเคารพนับถือทั้งตนเองและคนรอบๆตัว และยังให้
ความสำคัญกับตัวเองเรื่องระเบียบวินัย เวลา และรักในหน้าที่ที่ตนเองมี นี่คือ
ภาพรวมของญี่ปุ่นในสายตาของผม
จากนั้นขอแจกเป็นข้อๆบางข้ออาจซ้ำกับการที่เคยมาครั้งแรกบ้าง คนญี่ปุ่น... 1.รักงานและหน้าที่ของตนเองมาก ไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไร ทุกการขนส่งมวลชนจะ มาตรงเวลาเสมอไม่ว่าจะรถติดยังไง ดีเลย์เพราะเหตุใดใด มีระเบียบมากต่อให้ไม่มี
คนนั่งก็จะพูดประกาศหรือก้มคำนับ เรียกว่านับถือและให้เกียรติต่องานและหน้าที่
ตนเองสูง
2.ผู้หญิงน่ารักมาก -_- ถ้ายืนในย่านที่มีคนจอแจ ทุกสามสิบวินาทีจะมีคนน่ารัก ผ่านมา ตลอด ทุกสองนาทีจะมีคนน่ารักมากๆๆโผล่มาอีก และทุกห้านาทีจะมีน่ารัก
ระดับไอด้อล ให้เห็นตลอดเวลา ผช.ที่นี่ก็จะฮิตคนหน้ามีหนวดนิดๆผิวสีแทนๆหรือ
ผช.ที่ขาว ตาโตดูเซอๆ
3.Fashion เป็นเรื่องสำคัญ ยิ่งเมืองใดคนมีอันจะอยู่อันจะกินเท่าไหร่แล้ว ของ ฟุ่มเฟือยก็จะได้รับการยกมาเป็นอันดับต่อมา ไม่ว่าจะทำงานแจกบัตร ยาม นักกีฬา
เด็กเสริฟ ต้องทำผมเป้ะ ตลอด ไม่ว่า ผช หรือ ผญ เสื้อผ้าก็ดูเหมือนผ่านการคิด
ไตร่ตรองมาแล้วก่อนใส่ว่า ดูดีเหมาะกับอากาศและทันแฟชันใหม่ๆเสมอ วันนี้ผม
ได้เจอนักร้องท่านหนึ่งขณะที่เดินใน canel city | Fukuoka ใส่เสื้อสีน้ำเงิน
กางเกงเขียว รองเท้าแดง ผ้าพันคอสีขาว คือผมได้ยินคนอื่นทักว่าแต่งตัวแรง มาที่
นี่คือธรรมดามากๆๆๆๆๆๆๆๆๆไปเลย
4.ราเมน คือสุดยอด อาหารการกินที่นี่ แน่นอนราเมนที่ได้รับอิทธิพลสูงจากจีน ได้ กลายมาเป็นอาหารอันดับหนึ่ง หาทานได้ทุกที่ และมีเอกลักษณ์แตกต่างกันตาม
จังหวัดและวัตถุดิบ วันนี้ได้ทานที่ Ramen Stadium ที่รวมเอาสุดยอดราเมน
ทั่วประเทศมารวมกันจากรายการ tv เรียกว่า อร่อยมากๆ และมีหลายแบบให้เลือก
จนตาลายเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีอาหารฮิตอีกสองสามอย่างรองลงมา คือ อาหาร
เส้นเช่น อุด้งที่ทำจากแป้งข้าวเหนียว โซบะที่ทำจากแป้งผสมธัญพืช ข้าวหน้าแกง
กะหรี่ อาหารพวกเนื้อวัว ปลาดิบ และร้านที่มีในไทย อย่าง Gindako(ทาโกะยากิที่
Esplanade) ยามาโกย่าราเมน (ที่ Javenue และสีลม) และอื่นๆ
5.การทานเบียร์และสูบบุหรี่คือเรื่องปกติ คนที่นี่ทานเหล้าเบียร์สาเก เป็นปกติมาก เหมือนทานน้ำเปล่า ถ้าเป็นคนไทยเราจะไปทานข้าวแล้วไปต่อผับ แต่ที่นี่ คนจะ
ทานแอลกอฮอลหนักเลยตั้งแต่ร้านอาหารและไปต่อที่คาเฟ่เล็กๆที่เปิดเพลงเบาๆ
แล้วนั่งคุยกันอาจเป็นหรือผับกีฬา และไม่อนุญาตให้ถือเหล้าเบียร์ของมึนเมา ทาน
ในที่สาธารณะด้วย
6.กีฬาเบสบอลเป็นที่นิยม มีการแปะป้ายกำหนดแมช แต่ละอาทิตย์ในที่สาธารณะ อย่างรถไฟฟ้า ห้างสรรพสินค้า เหมือนโฆษณารอบหนังทีเดียวแล้วก็ให้ความ
สำคัญกับ ทีมในท้องที่สูง มีการผลิตขนม น้ำดื่ม นิตยสารเพื่อ support ทีมด้วย
เรียกว่า ไม่สนใจกีฬาต่างประเทศอื่นๆเลย
7.รายการ tv ค่อนข้างลามก มีการจับมุมกล้องแปลกๆยิ่งดึกก็ยิ่งยิ่งแรงขึ้นเรื่อยๆ จนคนไทยอย่างพวกเรารับไม่ได้ ผมและแทนและพอลถึงกับดูจนจบ เพื่อจะได้เอา
ไปเตือนคนไทยทั้งหลายว่าอย่างไปปล่อยให้ลูกหลานได้ดูทีเดียว นอกจากนี้คือพวก
รายการพากินพาเที่ยว เน้นเรื่องการอาบน้ำแร่ และอาหารของแต่ละที่ที่มีลักษณะ
จำเพาะ
8.อาชีพตลกเป็นที่นิยม อันนี้เหมือนไทยมากจนน่าตกใจ คือทุกรายการจะต้องมี ตลกปะปนเสมอแล้วก็จะมีการเล่นมุขจำเพาะเหมือนคนไทย คือการเล่นคำผวนคำ
ตีหัว แต่งตัวตลก อาชีพอย่าง av ก็ดังได้ด้วยมาเป็นนักร้องหรือ idol แสดงหนังก็
ได้
9.คนที่นี่ไม่พูดภาษาอื่นๆ ต่อให้คุณพูด English spainish france ดีแค่ ไหนก็ไม่รอดกับการสื่อสารกับคนที่นี่ไมได้ ที่จะช่วยคุณได้ดีที่สุดคือหนังสือไกด์ที่
สอนคำเบสิค แผนที่ รูปที่บอกใบ้หรือภาษาจีนที่ยังพอลิ้งค์ไปได้เท่านั้น
10.ส้วมที่นี่ทันสมัย ไม่ต้องเล่ามากมั้งทุกคนก็คงคิดเหมือนผม ในหนังสือพาเที่ยว หลายๆเล่ม รวมถึงบทความชุดที่แล้วของผม
11.Shopaholic ในย่านชินจูคุ ขณะที่ฝนตกและเย็นมากพอสมควรที่จะทำให้ สาวคอสเพลย์ และสาว OL ( office lady ) ที่ใส่สั้น ถุงน่องสูงทั้งหลายหนาว
แทบเป็นแทบตายก็ยังค้นพบร้านอย่าง Topman H&M Gap ที่แน่นเอี๊ยดจน
หน้าร้านต้องต่อคิวสามแถว บางคนก็ไม่มีร่มยังรอที่จะชอปปิ้งทั้งๆที่ไม่ได้มีการลด
ราคา แถมของที่นี่ยังแพงกว่าไทยราว 3-5 เท่าอีกด้วยในคุณภาพที่พอๆกัน เรียก
ว่าแบรนด์ปกติของที่นี่ราคาพอๆกับแบรนด์ Inter อย่าง Coach Gucci
Burberry Vivian Westwood เลยทีเดียว
12.ทุกอย่างราคาสูงปรี้ด ด้วยคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าคนอื่นๆในโลกด้วย ทำให้ค่าเงิน ที่นี่สูง เสมียนที่นี่เงินเดือนราว 60000บาทไทย เด็กเสริฟก็ราว 70000 คนขับ
taxi ที่ขับแค่ 15 วันต่อเดือนที่เงินเดือน 80000บาท+ และงานอื่นๆที่เงิน
เดือนบวกไปจากคนไทย 4 ถึง 5 เท่าในทุกอาชีพทำให้ คนไทยอย่างเราอาจถึงกับ
ช๊อคถ้าแลกเงินมาไม่พอ เพราะการใช้แบบจุกจิกอย่างกดน้ำ ขึ้นรถไฟใต้ดิน taxi
หรือทานอาหาร ก็หนักพอๆหรืออาจหนักกว่าค่าโรงแรมระดับห้าดาวในไทยไปแล้ว
taxi ต่อครั้งราว 360บาท (ระยะสั้นๆ) อาหาร+น้ำต่อมื้อร้านข้างทาง 400บาท ค่ารถไฟต่อวันไปสองสามที่ 300บาท ร้านที่ทานแพงที่สุด คือต่อคนที่ 8400เย
นหรือราว 2500บาท+ วันนึงคุณจะใช้เงินอย่างน้อยที่สุดคือประมาณ 3000 บาทไทยนี่คือ
นอนโรงแรมจิ้งหรีดหน่อยๆ ทานธรรมดาๆซื้อของอีกนิดหน่อยแล้วน่ะ -_-
นี่คือเรื่องราวคร่าวๆตลอดอาทิตย์นึงซึ่ง สนุกกับการได้มาเปลี่ยนที่ ต้องขอบคุณ บ้านแทนที่ชวนมาแจมกับครอบครัว เพราะคงไม่ได้มาแน่ๆถ้าทำงานต่อแบบนี้ อีก
ทั้งโปรแกรมก็ยังดีด้วยแม่แทนน่ารักมากๆๆๆๆที่สุดแล้วขอบอก
ทริปนี้สำหรับคนอื่นเราก็ไม่รู้ว่าคนอื่นคิดยังไง แต่สำหรับเราเองมีความสุขมากแล้วก็ได้มา
ไว้เล่าให้ฟังต่อที่กรุงเทพ เรื่อง อาบน้ำร้อนกับหนุ่ม ไกด์เก้ง กวางกินแหลกที่เกาะ รวมถึงรูปครับ
cuttO in Fukuoka Ps: ตอนคนเรามีความสุขเป็นช่วงที่เราผ่านเรื่องราว ความพยายามอุปสรรคอะไร
มากมายเราจึงนับว่ามันเป็นความสุข แต่คนเราแปลกที่เวลามีเรื่องไม่ดีเข้ามาก็จะ
ลืมช่วงเวลาดีดี ความสุข ความดีความทรงจำที่ผ่านมาด้วยกันไปเสียหมด คุณหล่ะเลือกที่จะมีความสุขหรือเลือกที่จะเก็บแต่สิ่งไม่ดี? May 08 ส้วมฉันอยู่ที่ฮิโรชิมะ เมืองแห่งความทรงจำด้านสงคราม ฉันภูมิใจที่ผู้คนลิ้มรสความเจ็บปวดและเดินต่อไปได้จากเหตุการณ์และอุปสรรคของสงครามโลก กำลังจะเกี่ยวกับส้วมแล้ว เอาเลยน่ะ ฉันชอบญี่ปุ่น ญี่ปุ่นชอบส้วม เป็นวิธีที่ง่ายดีนะว่าไหม ได้มาสามบรรทัดแล้ว แล้วก็อ้อมไม่เกี่ยวกับ เกริ่นเลย และนี่คือบรรทัดที่สี่ พอล่ะ ได้ห้าแล้ว ฉันชอบที่ญี่ปุ่นเห็นความสุขของส้วม
ส้วมหรือสุขา ถ้าคนไหนเป็นผู้ชายให้เรียกว่าสุครับ หรือเป็นแบบดอจ์ดก็เรียกสุฮ๊ะ ส่วนมากผู้หญิงมักอ่าน blog ของฉัน ฉันเลยเรียกให้เค้าถึงคนอ่านหมู่มากของฉันว่าสุขาก็แล้วกัน ที่ห้องของฉัน ส้วมตัวนี้ทำงานหนักมาก ฉั้นรักมันมาก มันมีชื่อคล้ายฉัน มันชื่อว่าโตะโตะ ครั้งแรกที่ได้เห็น มันปิดอยู่ พอเข้าไปใกล้มันก็เปิดต้อนรับฉัน ด้วยระบบอินฟาเรด กดน้ำได้สองแบบ ฉีดล้างได้สามแบบ แล้วแต่เพศและความชื่นชอบ พอนั่งลงไปมันยังอุ่นด้วยแผงนั่งไฟฟ้าให้ความร้อน ตามด้วยตัวดูดระบบอากาศที่จะดูดซับกลิ่นก่อนจะปลิวว่อนไปทั่วห้อง ทำงานหนักจังตัวเล็กนิดเดียว จริงๆฉันก็ไม่ได้คาดหวังให้มันทำอะไรต่อมิอะไรได้มากมาย ถ้ามันจะปิ้งขนมปังได้ด้วยก็คงไม่ตกใจ แต่ฉันชอบ ชอบเวลาเห็นคนคนนึงทำงานหนัก ทำอะไรด้วยความตั้งใจ และมันก็เป็นที่จดจำไปแล้ว ด้วยพลังกับรายละเอียดของมัน ฉันก็อยากบอกคุณว่า ถ้าคุณทำอะไรที่เหนื่อยมากๆ คิดถึงเรื่องส้วมในวันนี้ที่ฉันบอกคุณ ว่าตอนนี้มีใครบางคน ปลื้มและเห็นค่ากับงานหรือความตั้งใจของคุณอยู่ และคุณก็เป็นที่จดจำของใครบางคนไปแล้วด้วยผลและงาน ผู้คน เจ้านายคุณ เพื่อนคนนั้นอาจไม่ได้พูดอะไรออกมามาก แต่ก็นั่นหล่ะ คุณก็กำลังเป็นคนสำคัญของใครบางคนไปแล้วอย่างไม่รู้ตัว เพียงแต่คุณไม่ได้ถูกเรียกว่าส้วมเท่านั้นหล่ะ lipta in Hiroshima 4.50am 8/5/2009
ps : คนที่รักคุณอย่างแท้จริง จะมองเห็นคุณค่าของตัวคุณเอง April 27 ตาสว่างเวลาได้ยินข้อมูลใดใดจากบุคคลที่สาม
ก่อนที่จะเลือกเชื่อเรื่องใดก็ตามที่คุณได้ยินได้ฟังมา
ให้เอาข้อมูลมากางดูก่อนว่า ถ้าเรื่องนั้นเกิดขึ้นแล้ว เจ้าของของคำพูดนั้นมีส่วนได้ส่วนเสียกับวาจานั้นอย่างไร
พุดแล้วเค้าได้อะไรและคนที่ถูกพูดเสียอะไร
รับฟังข้อมูลด้วยตรรกะและเหตุผล
"มีคนบอกว่า..." ได้ยินเค้าว่าว่า...."
ใครหล่ะที่พูด??
PS: อย่างฟังความข้างเดียว ผู้ใหญ่ในประเทศนี้ไปถึงเด็กที่กะลังเติบโตมาด้วยการเห็นสิ่งเหล่านี้ จนเป็นเรื่องเคยชิน April 17 จากน้อยไปสู่มากผมเคยตัวเล็กเท้าเท่าฝาหอยมาก่อน
เคยเขียนหนังสือได้แค่วันละสามบรรทัด
เคยทานข้าวได้แค่สองช้อนโต๊ะ
ทุกอย่างที่เราสามารถทำได้ ชีวิตที่เราเติบโตมาได้ เราเริ่มจากการเรียนรู้จากสิ่งเล็กๆเสมอ
ไม่มีใคร เกิดมาแล้วเป็นอัจฉริยะที่วิ่งได้ตั้งแต่เกิด
งานหรือชีวิตที่เราชอบก็ไม่เคยง่ายในครั้งแรก มิใช่หรือ
ลองมองไปรอบๆ ข้าง แม้กระทั่งคนในอาชีพไหนๆก็ต้องใช้เวลา หลายปีกว่าจะไต่เต้าไปถึงระดับสูงๆในองค์กรตนเอง
แล้วถ้าเราจะรักใครสักคน เราก็ควรเริ่มจากน้อยๆไปสู่มาก ไม่ใช่มากไปสู่น้อย
ควรเรียนรู้ว่าอะไรที่น่ารักในตัวคนๆนั้น
ความไว้เนื้อเชื่อใจก็เช่นกัน ถ้ารู้สึกอุ่นใจที่จะได้อยู่กับใครสักคน
เรื่องๆเล็กๆก็น่าจะไว้ใจได้ เรื่องใหญ่ก็ควรจะรู้สึกว่าพึ่งพาได้
ก้าวที่เล็กเป็นก้าวที่สำคัญนำไปสู้ก้าวใหญ่ๆเสมอ
ถ้าเราไปถ่ายรุปเล่นๆก็จะนำไปสู่งานแบบนี้ในอนาคตได้ เราชอบพูดหน้าห้องก็นำไปสู่การเป็นนักพูดได้
เราเป็นหัวหน้าห้องที่ต้องหัดรับผิดชอบ มันเป็นพื้นฐานและคนจะรู้จักเราในฐานะผู้นำ ลองสังเกตคนรอบๆตัวเราสิ้
และถ้าวันนี้ถ้าเรื่องที่ยังเล็กอยู่ อย่าไปท้อใจ มันเกี่ยวกับเวลา และการจูนติด ทั้งความสัมพันธ์ หน้าที่การงาน ครอบครัว ความรักก็เถอะ
:)
หรือจะเถียงว่าไม่จริง?
PS: Concert Lipta เดี่ยว กำลังจะเกิดขึ้นเป็นอีกก้าวเล็กๆสำหรับใครบางคน แต่เป็นก้าวใหญ่ที่มาจากการที่เราเดินด้วยก้าวเล็กๆมาด้วยกันมาหลายหมื่นก้าว PS: Buta ขอให้ไปที่ดีดีน่ะ ทุกคนจะคิดถึงนาย (F) March 07 อภินิหารเข็มทิศทองคำวันนี้พอดีเนื่องด้วยเนตที่บ้านดาวน์อย่างไม่มีสาเหตุกระมังชีวิตออนไลน์ของผมเลยถูกเปลี่ยน
เป็น tv และหนังสือแทนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (blog นี้ถูกเขียนตอนโดนoffline) วันนี้โชคชะตาจึงให้ได้พบกับเข็มทิศชีวิต หลังๆนี้ยอมรับว่าตัวเองกำลังหลงทาง หลายวันค่อนข้างdark กับชีวิตตัวเองเพราะเหตุผลและปัจจัยภายนอกตามสไตล์ ของคนtype2 ยอมรับว่านิสัยที่อ่อนไหวมากเกินไปของตัวเองก็เป็นทั้งผลดีและร้าย ดีที่เราจับกระแสของผู้คนได้ ได้ยินเสียงแห่งความชื่นชมหรือความต้องการ แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำร้ายผมในแง่ที่ดูดกลืนความรู้สึกแย่ๆได้ไวพอกัน ยิ่งหูคุณดีเท่าไหร่ คุณก็ได้ยินเสียงไซเรนดังพอๆกับเสียงกระดิ่งใสใสนั่นหล่ะ วันนี้เข็มทิศชีวิตสอนผมให้ ตั้งต้นกับตัวเองใหม่ เราควรให้เกียรติและเริ่มนับถือตัวเองก่อน ไม่ว่าใครที่พูดถึงเราไม่ดีแสดงว่าเค้าเองต้องการกลบเกลื่อนความไม่ดีของเค้า ความผิดของเขาหรือแม้กระทั่งการอยากเหยียบหัวคนอื่นขึ้นไปนั่นคือมนุษย์และกลุ่มคนที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ เมื่อไหร่ที่เรามั่นคงในการเคารพตนเอง ตัวเองเราเองจะรู้และเข้มแข็งในความจริงที่เราเห็นและเป็นอยู่จริงๆ เราไม่สามารถใช้ชีวิตโดยฟังเสียงชมของคนรอบข้างหรือเสียงด่าของคนรอบข้างได้ ถ้าสมมติวันนึงเพื่อนร่วมงานเจ้าอารมณ์ของเรา โมโหไม่พอใจของเค้าขึ้นมาวันใด ก็ต้องเป็นวันที่เลวร้ายของเรานั่นหรือ? หรือเรื่องปลอมต่างๆที่เค้ากุขึ้นมาด่าเรา แล้วเราต้องสนใจด้วยหรือว่า คนอื่นเค้าจะคิดกับเราอย่างไร กลับมาตัวตนของคุณ กลับมา ยิ่งเราแคร์คนอื่นมากเกินไปเท่าใด เราก็จะเสียความเคารพตนเองไปด้วย วันที่เราฟังคนอื่นรอบข้างมากเกินไป แคร์สิ่งรอบข้างมากเกินไป ตัวตนและความาเคารพตัวเองก็เดินจากเราไปด้วย ขอบคุณครับ :) เข็มทิศชีวิต ขอบคุณคนที่แนะนำน่ะครับ u know who u are
PS: อยากดูละครเพลง ทำกับข้าว นอนอยู่บ้าน ไปญี่ปุ่น ชอปปิ้ง มีโลกส่วนตัวในมุมเล็กๆที่เงียบสงบ :) เบื่อผับและการเดินทางในประเทศมาก ยิ่งบนรถตู้ !! PS: เข้าใจที เข้าข้างที ไม่ต้องเกลียดเค้าแต่ขอให้รักฉันมากกว่าเดิม PS: เคล็ดลับในการลดความรุนแรงต่อความรู้สึกกับคนที่ทำไม่ดีกับเรา ต้องหาข้อดีที่เรามีมากกว่าเค้าในคนที่เราโกรธ เจ๋งมากสำหรับผม ! อย่าไปมองมุมที่เข้าใจคนที่ผิดต่อเรา เพราะเราจะสะสมความรู้ไม่ดีของเค้ากว่าเดิมพอทำไปนานๆ และพยายามหลีกเลี่ยงเอาตัวออกห่างเค้าให้ได้มากที่สุด PS: ญี่ปุ่นนำมาก |
|
|